วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การเลือกซื้อ รถยนต์มือสอง มีวิธีดูรถกันอย่างไร

การเลือกซื้อ รถยนต์มือสอง มีวิธีดูรถกันอย่างไร

ตามปกติทั่วไปแล้ว ถ้าคุณคิดจะซื้อรถยนต์มือสองมาสักคันหนึ่ง คุณคงตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราควรเลือกซื้ออย่างไรดี ซื้อมาแล้วจะคุ้มหรือไม่ เนื่องจากเป็นสินค้ามือสองทำให้คุณต้องใช้ความคิดอย่างหนักเลยทีเดียว เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น เราขอแนะนำเคล็ดลับดี ๆ ในการเลือกซื้อรถยนต์มือสองเบื้องต้น รับรองได้ว่าไม่ผิดหวังแน่นอน อาจจะเยอะสักนิดนะครับ

1. ดูกันตั้งแต่จอดอยู่ไกลๆ ซักราวๆ 5 - 3 เมตร ดูรูปทรงของตัวรถทั้งหมด ว่ามีการเอียงหรือไม่ เช่น
1.1 กันชนหน้า ไฟหน้า กระจังหน้า ต้องได้รูปไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง
1.2 ฝากระโปรงหน้า สังเกตร่องระหว่างฝากระโปรงกับแก้ม ต้องเป็นสันตรงกันทั้งสองข้าง ด้านหน้าต้องตรงกันรับกับไฟหน้าและกระจังหน้า
1.3 เสาหลังคา ว่ามีการโน้มเอียงไปหรือไม่ มีความนูนโค้ง หรือเสียรูปไปจากของโรงงาน
1.4 หลังคา ว่ามีการเอียง การยุบ หรือโค้งไม่ได้รูปอย่างไร
1.5 ประตู ร่องระหว่างประตู ระหว่างแก้มหน้า เสาประตู ประตูหลัง จนถึงแก้มหลัง ว่าร่องประตูต่างๆ สังเกตเปรียบเทียบกับรถป้ายแดง สังเกตว่าร่องประตูต่างๆ จะตรงกัน
1.6 กันชนท้าย และฝากระโปรงท้าย ต้องตรงกันไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง
1.7 ความสูงต่ำ ว่ามีอาการเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่ หรือมีการดัดแปลงช่วงล่างมาอย่างไร

2. สีรถ ดูระยะเริ่มใกล้ ราวๆ 1- 3 เมตร ดูสีรถรอบคัน ว่ามีส่วนไหนที่ทำสีมาแล้วบ้าง สังเกตสีที่แตกต่าง ความเรียบของผิวรถ ตำหนิต่างๆ เกี่ยวกับสี หรือว่าเคยทำสีมาทั้งคัน ถ้าทำสีมาทั้งคันแล้วต้องดูให้หนัก ต้องสันนิษฐานว่าทำสีทั้งคันเพราะอะไร เจ้าของเดิมเบื่อไม่ชอบสีเดิม สีซีดแล้วไม่สวย เกิดอุบัติเหตุทุกที่ หรือรุนแรงจนอู่ต้องตัดสินใจทำสีใหม่ทั้งคัน

3. เคาะฟังเสียง โดยการแอบไล่เคาะรถบางส่วนหรือรอบคันเพื่อฟังเสียง รถที่ทำสีแล้วมักจะมีการโป๊ว การโป๊วหนาย่อมหมายถึงอุบัติเหตุมาก เราสามารถเคาะดูเสียงที่แตกต่างกันได้ โดยการไล่เคาะฟังเสียงไปทั้งๆ คัน

4. คานหน้ารถ ต้องเปิดฝากระโปรงหน้ารถดูว่า คานหน้าที่ยึดหม้อน้ำว่ามีการทำสีมาหรือไม่ มีการโป๊วสี หรือซ่อมมาอย่างไร สังเกตจากรูน็อตต่างๆ ต้องยังกลม และหมายเลขหน้ารถต้องยังชัดเจน หรือแผ่นเพทต้องไม่เคยชำรุด ทั้งคานบนล่างต้องได้รูป

5. ภายในห้องเครื่อง ว่ามีการทำสีมาแล้วหรือไม่ สังเกตรูปทรงต่างๆ ต้องจับผิดทุกจุด ทั้งรูน็อตต่างๆ รูปทรงต่างๆ ว่าต่างจากของโรงงานมาอย่างไร

6. ภายในฝากระโปรงท้าย เปิดดูว่าคานยึดฝากระโปรงท้าย เบ้ายึดไฟท้าย ห้องเก็บยางอะไหล่ ว่ามีการทำสี เคาะ โป๊ว หรือ ตัดเชื่อมมาหรือไม่ ควรก้มดูด้านล่าง สังเกตหูลากรถ ว่าต่างจากของเดิมมาอย่างไร

7. ใต้ท้องรถ ส่วนใหญ่แล้วมักจะมองข้ามกัน แต่ใต้ท้องรถบ่งบอกถึง การใช้งานแบบทุรกันดาร การตัดต่อตัวถัง การเสียรูปของตัวรถ ความผุของตัวถังที่มักเริ่มจากพื้นรถเป็นอันดับแรก สังเกตเฟรมใต้ท้อง ความบุบครูด สนิมที่เริ่มผุ หรือการแยกกันแล้วของตัวถังรถ

8. ภายในรถ ดูรถมาตั้งนานได้เปิดดูภายในกับเขาเสียที เราต้องเปิดดูภายในเป็นอันดับแรก มาดูว่าต้องดูอะไรบ้าง
8.1 เบาะรถยนต์ ดูว่าเก่าขาด หรือยุบตัวทางด้านไหน หรือเปลี่ยนใหม่มาแล้ว เปลี่ยนเพราะอะไร ใช้งานหนักจนเบาะชำรุดมาก หรือเบาะเดิมไม่สวยถึงได้เปลี่ยนใหม่
8.2 คอนโซลหน้า ว่าเป็นของเดิมจากโรงงาน ไม่เสียรูป มีการแตกที่ผิดปกติ หรือเปลี่ยนใหม่เพราะอะไร
8.3 หน้าปัด เป็นการดูว่าหน้าปัดยังเป็นของเดิมตรงรุ่น ดูระยะกิโลการใช้งาน แต่การเชื่อถือระยะกิโลเป็นหลัก ก็ยังเป็นการผิด เพราะสามารถปรับแต่งกันได้ หรือรถใช้น้อยแต่เครื่องพัง วิ่งลุยน้ำทุกวัน หรือใช้งานหนัก สู้เลือกรถใช้งานมาก แต่ขับถนอมดีกว่า
8.4 พวงมาลัย และ หัวเกียร์ สังเกตพวงมาลัยว่า มีการยุบอย่างไร พวงมาลัยและหัวเกียร์ที่ผ่านการใช้งานหนัก จะมีการสึกหรอสูง จนเป็นมัน เป็นรอยแตก สังเกตลายที่แตกต่างบนพวงมาลัย
8.5 ผ้าหลังคารถ ว่ายังเป็นของเดิมมาจากโรงงาน มีการประกอบยึดใหม่ หรือเปลี่ยนใหม่เพราะอะไร

9. เครื่องยนต์ ถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อน สังเกตุหาการซ่อมแซม สตาร์ทเครื่อง ฟังเสียง เปิดฝาเติมน้ำมันเครื่อง แล้วสังเกตไอน้ำมันเครื่อง เสียงท่อไอเสีย ควันจากท่อ หรือถ้ามีบุ๊กเซอร์วิสติดมา จะเป็นการดีครับ ลองเปิดดูประวัติการซ่อม และดูด้วยว่าต้องต้องตรงกับทะเบียนรถ และเลขไมล์ในตัวรถ

10. ช่วงล่าง และล้อยาง ลองหมุนโยกพวงมาลัยแรงๆ แต่การทดลองขับขี่เป็นการดีที่สุด ทดสอบการเกาะถนนทางตรงและทางโค้ง ศูนย์ของรถต้องไม่กินซ้ายกินขวาต้องทดลองเลี้ยวกลับรถแบบสุดๆ ทั้งซ้ายและขวา การคืนพวงมาลัย ขึ้นเนินลูกระนาด หรือทดลองบนทางขรุขระ ทุกรูปแบบที่สามารถจะทดสอบได้

ข้อแนะนำ
การเลือกซื้อรถมือสอง มีอีกหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึงอย่างที่ควรรู้ เช่น การตัดต่อตัวถังรถยนต์ การสวมทะเบียนรถ การทำเลขตัวถังขึ้นใหม่ การทำทะเบียนปลอม การซ่อมรถจากซากรถ
การดัดแปลงรถแท็กซี่ การดัดแปลงจากรถรถสองแถววิน แต่การเลือกที่ดีที่สุด คือการหาผู้ที่เชี่ยวชาญดูรถและช่วยตัดสินใจให้ การซื้อจากเจ้าของรถที่รู้จักกัน เต้นท์รถที่มีชื่อเสียงและไว้ใจได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วเต้นท์รถส่วนมากมักจะเลือกซื้อรถที่สภาพดี เพื่อป้องกันการขาดทุน การขายไม่ได้ หรือปัญหาหลังการขายอยู่แล้ว



ที่มา : http://southern2car.com/

แนะนำเวป โพสฟรี รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ Smart Phone Tablet Desktop

แนะนำเวปลงประกาศฟรี รองรับการแสดงผลทุกหน้าจอ Smart Phone Tablet Desktop

บริการ โพสฟรี ตลาดซื้อขายออนไลน์ ซื้อบ้าน ขายบ้าน รถมือสอง พระเครื่อง หางาน มือถือ คอมพิวเตอร์ ท่องเที่ยว กล้องดิจิตอล สัตว์เลี้ยง
สมาชิก สามารถสมัคร และ ลงประกาศฟรี ได้ไม่จำกัด สามารถเลื่อนประกาศได้ตลอดเวลา ประกาศหมดอายุจะไม่ลบออกไปจากระบบ สมาชิกสามารถที่จะต่ออายุประกาศ เพื่อนำกลับมาลงประกาศใหม่ได้ตลอดเวลา

หมวดหมู่เด่น กล้อง, อุปกรณ์ถ่ายภาพ, คอมพิวเตอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องประดับ, แฟชั่น , เสื้อผ้า, มือถือ , อุปกรณ์สื่อสาร, เฟอร์นิเจอร์, เสริมสวย , สุขภาพ, ท่องเที่ยว, ทัวร์, ที่พัก, อสังหาริมทรัพย์, อาหารเสริม, แม่และเด็ก, ธุรกิจ ,งาน, ต้นไม้ , สัตว์เลี้ยง, รถ, ยานพาหนะ
ลงประกาศได้ไม่จำกัด
1.2 สามารถเลื่อนประกาศได้ตลอดเวลา
1.3 สามารถต่ออายุการแสดงประกาศได้ตลอดเวลา
1.4 สามารถลบประกาศได้ตลอดเวลา
1.5 แก้ไขข้อมูลส่วนตัว เปลี่ยนรหัสผ่าน
1.6 สามารถเพิ่มรูปภาพได้ 6 รูปภาพ
1.7 มีระบบแจ้งลูกค้าว่า สินค้านี้ได้ขายแล้วหรือยัง
1.8 สามารถอัพเกรดโฆษณาของท่านเป้นแบบ VIP และ ปักหมุดได้ตลอดเวลา
1.9 แสดงรายการประกาศแบบ VIP แบบปักหมุด และแบบหมดอายุ

สนใจลงโฆษณาตำแหน่งพิเศษ สอบถามได้ที่ เปรมภูริศวร์ โทร 089-729-6997 เมลล์ s4340216@hotmail.com
คีเวิด: ลงประกาศฟรี ,Classified ,โฆษณาฟรี ,ลงโฆษณาฟรี ,รถยนต์,รถมือสอง,คอมพิวเตอร์,สุขภาพ,ความงาม



ที่มา : http://www.likeshopping.net

สัตว์เศรษฐกิจ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อาชีพเสริม รายได้เสริม ข่าวสาร ความรู้ ช่องทางทำกิน

เวปไซต์สัตว์เศรษฐกิจ ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจแต่ละชนิดได้นำไปพัฒนา ศึกษา และลงมือปฏิบัติ จนสามารถสร้างอาชีพหลัก อาชีพเสริม จนเกิดรายได้หลัก หรือรายได้เสริม หรือเพื่อศึกษาเรียนรู้ และนำไปพัฒนา แบ่งปันความรู้ สืบต่อไป
เนื้อหาทั้งหมด
อธิบายเรื่องราวของสัตว์เศรษฐกิจที่นิยมเลี้ยงทั้งในปัจจุบัน และประวัติความเป็นมาในอดีต ถึงต้นกำเนิด ที่มา การเลี้ยง การดูแล การรักษาตลอดจนการจำหน่ายออกสู่ตลาด ทุกขั้นตอนอย่างละเอียดจนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงสามารถประกอบเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ทั้งในแบบเศรษฐกิจพอเพียง หรือเพื่อธุรกิจการค้าขนาดใหญ่ระดับเจ้าของกิจการได้
เวปไซต์
http://www.animals-farm.com
หมายเหตุ:
เวปไซต์อยู่ในขณะเพิ่มเติมข้อมูลเนื้อหา สัตว์เศรษฐกิจ ให้สมบูรณ์ 100% สามารถติดตามศึกษาข้อมูลข่าวสารได้จากเรื่องราวที่สมบูรณ์แล้ว
คีเวิร์ด สัตว์เศรษฐกิจ,การเลี้ยงหมู,การเลี้ยงเป็ดเทศ,การเลี้ยงผึ้ง,การเลี้ยงหมูขุน,การเลี้ยงแพะ,การเลี้ยงปลา,การเลี้ยงสัตว์



เครดิต : http://www.animals-farm.com/

ขอแนะนำ สมุนไพรโลดทะนงแดง ที่ช่วยรักษาผิว ลดการอักเสบของผิว ลดฝ้า

ขอแนะนำ สมุนไพรโลดทะนงแดง ที่ช่วยรักษาผิว ลดการอักเสบของผิว ลดฝ้า

โลดทะนงแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Baliospermum reidioides Kurz) จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)

สมุนไพรโลดทะนงแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ทะนง รักทะนง (นครราชสีมา), นางแซง (อุบลราชธานี), โลดทะนงแดง (บุรีรัมย์), ดู่เบี้ย ดู่เตี้ย (เพชรบุรี), ทะนงแดง (ประจวบคีรีขันธ์), ข้าวเย็นเนิน หัวยาเข้าเย็นเนิน (ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์), หนาดคำ (ภาคเหนือ) เป็นต้น

ลักษณะของโลดทะนงแดง
ต้นโลดทะนงแดง จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงได้ถึง 1 เมตร มีรากสะสมอาหารพองโต ผิวสีแดงอมสีม่วง เนื้อสีขาว ส่วนลำต้นมีขนาดเรียวเล็ก ขึ้นเป็นกอ โดยทุกส่วนของต้นจะมีขนขึ้น โดยลำต้นจะมีขนสั้นนุ่มขึ้นหนาแน่น สามารถพบได้ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และตามป่าดิบแล้ง

ใบโลดทะนงแดง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน เนื้อใบหนามีขนนุ่มขึ้นหนาแน่นบนผิวใบทั้งสองด้าน ลักษณะใบเป็นรูปขอบขนาน หรือเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก มีความกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน มีต่อมเล็ก ๆ อยู่ 2 ต่อม ส่วนขอบใบเรียบ สามารถเห็นเส้นใบย่อยได้ชัดเจน และมีก้านใบยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร

ดอกโลดทะนงแดง ออกดอกเป็นช่อแบบกระจะ ดอกมีสีขาว สีชมพู สีม่วงเข้มหรือเกือบดำ โดยช่อดอกจะออกบริเวณซอกใบและบริเวณกิ่งก้าน มีความยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โดยจะมีดอกตัวผู้จำนวนมากกว่าอยู่ที่บริเวณโคนของช่อ มีลักษณะตูมกลม และดอกตัวผู้จะมีกลีบเลี้ยงอยู่ 5 กลีบ ก้านดอกมีขน มีกลีบดอก 5 กลีบ และไม่มีขน มีเกสรตัวผู้จำนวน 6 อัน ก้านเกสรจะเชื่อมติดกันเป็นแท่งเดียว ส่วนดอกตัวเมียจะมีลักษณะตูมเป็นรูปไข่ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ และมีขน ที่จานฐานดอกล้อมรอบฐานของรังไข่ มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ กลีบดอกเป็นสีขาว โดยสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี

ผลโลดทะนงแดง ลักษณะของผลค่อนข้างกลม ผลแห้งแตกได้ มีขนสั้นนุ่มขึ้นปกคลุมผลอยู่หนาแน่น ผลแบ่งออกเป็นพู 3 พู เห็นได้ชัดเจน ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12 มิลลิเมตร มีก้านผลสีแดงมีความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ดลักษณะค่อนข้างกลมหรือเป็นรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม สีเหลือง ยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร ผิวเรียบ

หมายเหตุ : โลดทะนง มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ “โลดทะนงแดง” (ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib) ที่กล่าวในบทความนี้ และอีกชนิดคือ “โลดทะนงขาว” (ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon albiflorus Airy Shaw)[5] โดยทั้งสองชนิดคนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกเป็นไม้สมุนไพร แต่ส่วนมากจะรู้จักเฉพาะ “โลดทะนงแดง” ส่วนโลดนงขาวนั้นน้อยคนนักที่จะรู้จัก เนื่องจากเป็นไม้หายาก จึงนิยมใช้โลดทะนงแดงในการแก้พิษกันมากกว่า โดยทั้งสองชนิดนี้มีข้อแตกต่างกันตรงเปลือกหุ้มราก ถ้าเปลือกหุ้มรากเป็นสีแดงจะเรียกว่า “โลดทะนงแดง” หากเปลือกหุ้มรากเป็นสีดำจะเรียกว่า “โลดทะนงขาว“

สรรพคุณของโลดทะนงแดง

โลดทะนงแดง สรรพคุณของรากใช้ต้มกับน้ำดื่ม ช่วยแก้วัณโรค (ราก)
ช่วยแก้หืด (ราก)
ช่วยทำให้อาเจียน โดยใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้ฝนกับน้ำกิน หรือใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกินก็ได้
ใช้เป็นยาระบาย (ราก)
ช่วยในการคุมกำเนิด
ช่วยถอนพิษคนกินยาเบื่อยาเมา ด้วยการใช้รากนำมาต้มน้ำดื่ม หรือใช้ฝนกับน้ำกิน ใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกินก็ได้
ช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ หรืออาการเสมหะหรืออุจจาระเป็นมูกเลือด (ใช้รากฝนกับน้ำกิน)
รากใช้เข้ายากับน้ำมะนาว ใช้ฝนกับน้ำกิน ช่วยแก้อาการผิดสำแดง (ราก)
แก้อาการเมาพิษเห็ดและหอย (ใช้รากฝนกับน้ำกิน)
ช่วยแก้พิษแมงมุม (ใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกิน)
ช่วยแก้พิษงู โดยใช้รากฝนกับน้ำมะนาวหรือเหล้านำมาดื่มแก้พิษงู หรือจะใช้รากผสมกับเมล็ดหมาก ฝนกับน้ำกิน แล้วใช้รากผสมกับน้ำมะนาว นำมาทาแผลจะช่วยแก้พิษงูที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทก็ได้ และให้นำส่วนที่เหลือมาผสมกับน้ำดื่มเพื่อช่วยขับพิษงูอีกทาง (ราก)
ช่วยแก้อาการปวดฝี (ราก)
รากใช้ฝนเกลื่อนฝี หรือใช้ดูดหนองเมื่อฝีแตก (ราก)
รากนำมาใช้ฝนทาแก้อาการฟกช้ำบวม เคล็ดขัดยอก (ราก)
รากใช้ผสมกับปลาไหลเผือก และพญาไฟ ใช้ฝนกับน้ำกินถอนเมาเหล้า (ราก)
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของโลดทะนงแดง

จากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง ด้วยการป้อนน้ำยาสมุนไพรโลทะนงแดงที่ความเข้ม 50 กรัมต่อลิตร หลังจากหนูทดลองได้รับพิษงูเห่าด้วยการฉีดพิษเป็นเวลา 5 นาที พบว่าน้ำยาโลดทะนงแดงสามารถช่วยืดอายุการตายของหนูได้

มีนักวิจัยพิสูจน์มาแล้วว่าสารจากโลดทะนง สามารถช่วยจับกับโปรตีนพิษงูได้จริง

ประโยชน์ของโลดทะนงแดง

รากใช้ฝนกับน้ำกินช่วยทำให้เลิกดื่มเหล้า (ราก)

เหง้าใช้ฝนทาแก้สิว แก้ฝ้า (เหง้า) (ซึ่งได้ใช้เป็นส่วนประกอบของ สบู่แชมเปญ สบู่ผิวขาว สบู่ผิวใส)

โรงพยาบาลกาบเชิงได้มีการใช้ตำรับยาสมุนไพรโลดทะนงแดงในการรักษาผู้ที่ถูกงูเห่ากัดประมาณ 80 ราย โดยไม่ต้องใช้เซรุ่มแก้พิษงู และพบว่าทุกรายปลอดภัยไม่มีเสียชีวิต นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามเคยวิจัยโดยใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการรักษาตำรวจตระเวนชายแดนที่ถูกงูเห่ากัดจำนวน 36 นาย โดยไม่ใช้เซรุ่มแก้พิษในการรักษา และพบว่าได้ผลดีเกินคาด ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียงอีกด้วย

แม้การใช้เซรุ่มจะแก้พิษงูเห่าได้ แต่แผลที่เปื่อยจากพิษงู เซรุ่มไม่ได้ช่วย ถ้าหากใช้โลดทะนงแดง พิษของงูก็จะสลายและแผลก็ไม่เปื่อย (นพ. วีรพัฒน์ เงาธรรมทรรศน์)



ที่มา : http://www.miracle-soaps.com/

ขอแนะนำ สมุนไพรโลดทะนงแดง ที่ช่วยรักษาผิว ลดการอักเสบของผิว ลดฝ้า

ขอแนะนำ สมุนไพรโลดทะนงแดง ที่ช่วยรักษาผิว ลดการอักเสบของผิว ลดฝ้า

โลดทะนงแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Baliospermum reidioides Kurz) จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)

สมุนไพรโลดทะนงแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ทะนง รักทะนง (นครราชสีมา), นางแซง (อุบลราชธานี), โลดทะนงแดง (บุรีรัมย์), ดู่เบี้ย ดู่เตี้ย (เพชรบุรี), ทะนงแดง (ประจวบคีรีขันธ์), ข้าวเย็นเนิน หัวยาเข้าเย็นเนิน (ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์), หนาดคำ (ภาคเหนือ) เป็นต้น

ลักษณะของโลดทะนงแดง
ต้นโลดทะนงแดง จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงได้ถึง 1 เมตร มีรากสะสมอาหารพองโต ผิวสีแดงอมสีม่วง เนื้อสีขาว ส่วนลำต้นมีขนาดเรียวเล็ก ขึ้นเป็นกอ โดยทุกส่วนของต้นจะมีขนขึ้น โดยลำต้นจะมีขนสั้นนุ่มขึ้นหนาแน่น สามารถพบได้ตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และตามป่าดิบแล้ง

ใบโลดทะนงแดง ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับกัน เนื้อใบหนามีขนนุ่มขึ้นหนาแน่นบนผิวใบทั้งสองด้าน ลักษณะใบเป็นรูปขอบขนาน หรือเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก มีความกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน มีต่อมเล็ก ๆ อยู่ 2 ต่อม ส่วนขอบใบเรียบ สามารถเห็นเส้นใบย่อยได้ชัดเจน และมีก้านใบยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร

ดอกโลดทะนงแดง ออกดอกเป็นช่อแบบกระจะ ดอกมีสีขาว สีชมพู สีม่วงเข้มหรือเกือบดำ โดยช่อดอกจะออกบริเวณซอกใบและบริเวณกิ่งก้าน มีความยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน โดยจะมีดอกตัวผู้จำนวนมากกว่าอยู่ที่บริเวณโคนของช่อ มีลักษณะตูมกลม และดอกตัวผู้จะมีกลีบเลี้ยงอยู่ 5 กลีบ ก้านดอกมีขน มีกลีบดอก 5 กลีบ และไม่มีขน มีเกสรตัวผู้จำนวน 6 อัน ก้านเกสรจะเชื่อมติดกันเป็นแท่งเดียว ส่วนดอกตัวเมียจะมีลักษณะตูมเป็นรูปไข่ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ และมีขน ที่จานฐานดอกล้อมรอบฐานของรังไข่ มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ กลีบดอกเป็นสีขาว โดยสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี

ผลโลดทะนงแดง ลักษณะของผลค่อนข้างกลม ผลแห้งแตกได้ มีขนสั้นนุ่มขึ้นปกคลุมผลอยู่หนาแน่น ผลแบ่งออกเป็นพู 3 พู เห็นได้ชัดเจน ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 12 มิลลิเมตร มีก้านผลสีแดงมีความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ดลักษณะค่อนข้างกลมหรือเป็นรูปไข่แกมรูปสามเหลี่ยม สีเหลือง ยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร ผิวเรียบ

หมายเหตุ : โลดทะนง มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ “โลดทะนงแดง” (ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib) ที่กล่าวในบทความนี้ และอีกชนิดคือ “โลดทะนงขาว” (ชื่อวิทยาศาสตร์ Trigonostemon albiflorus Airy Shaw)[5] โดยทั้งสองชนิดคนส่วนใหญ่จะนิยมปลูกเป็นไม้สมุนไพร แต่ส่วนมากจะรู้จักเฉพาะ “โลดทะนงแดง” ส่วนโลดนงขาวนั้นน้อยคนนักที่จะรู้จัก เนื่องจากเป็นไม้หายาก จึงนิยมใช้โลดทะนงแดงในการแก้พิษกันมากกว่า โดยทั้งสองชนิดนี้มีข้อแตกต่างกันตรงเปลือกหุ้มราก ถ้าเปลือกหุ้มรากเป็นสีแดงจะเรียกว่า “โลดทะนงแดง” หากเปลือกหุ้มรากเป็นสีดำจะเรียกว่า “โลดทะนงขาว“

สรรพคุณของโลดทะนงแดง

โลดทะนงแดง สรรพคุณของรากใช้ต้มกับน้ำดื่ม ช่วยแก้วัณโรค (ราก)
ช่วยแก้หืด (ราก)
ช่วยทำให้อาเจียน โดยใช้รากนำมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้ฝนกับน้ำกิน หรือใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกินก็ได้
ใช้เป็นยาระบาย (ราก)
ช่วยในการคุมกำเนิด
ช่วยถอนพิษคนกินยาเบื่อยาเมา ด้วยการใช้รากนำมาต้มน้ำดื่ม หรือใช้ฝนกับน้ำกิน ใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกินก็ได้
ช่วยแก้เสมหะเป็นพิษ หรืออาการเสมหะหรืออุจจาระเป็นมูกเลือด (ใช้รากฝนกับน้ำกิน)
รากใช้เข้ายากับน้ำมะนาว ใช้ฝนกับน้ำกิน ช่วยแก้อาการผิดสำแดง (ราก)
แก้อาการเมาพิษเห็ดและหอย (ใช้รากฝนกับน้ำกิน)
ช่วยแก้พิษแมงมุม (ใช้รากเข้ายากับน้ำมะนาว ฝนกับน้ำกิน)
ช่วยแก้พิษงู โดยใช้รากฝนกับน้ำมะนาวหรือเหล้านำมาดื่มแก้พิษงู หรือจะใช้รากผสมกับเมล็ดหมาก ฝนกับน้ำกิน แล้วใช้รากผสมกับน้ำมะนาว นำมาทาแผลจะช่วยแก้พิษงูที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทก็ได้ และให้นำส่วนที่เหลือมาผสมกับน้ำดื่มเพื่อช่วยขับพิษงูอีกทาง (ราก)
ช่วยแก้อาการปวดฝี (ราก)
รากใช้ฝนเกลื่อนฝี หรือใช้ดูดหนองเมื่อฝีแตก (ราก)
รากนำมาใช้ฝนทาแก้อาการฟกช้ำบวม เคล็ดขัดยอก (ราก)
รากใช้ผสมกับปลาไหลเผือก และพญาไฟ ใช้ฝนกับน้ำกินถอนเมาเหล้า (ราก)
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของโลดทะนงแดง

จากการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง ด้วยการป้อนน้ำยาสมุนไพรโลทะนงแดงที่ความเข้ม 50 กรัมต่อลิตร หลังจากหนูทดลองได้รับพิษงูเห่าด้วยการฉีดพิษเป็นเวลา 5 นาที พบว่าน้ำยาโลดทะนงแดงสามารถช่วยืดอายุการตายของหนูได้

มีนักวิจัยพิสูจน์มาแล้วว่าสารจากโลดทะนง สามารถช่วยจับกับโปรตีนพิษงูได้จริง

ประโยชน์ของโลดทะนงแดง

รากใช้ฝนกับน้ำกินช่วยทำให้เลิกดื่มเหล้า (ราก)

เหง้าใช้ฝนทาแก้สิว แก้ฝ้า (เหง้า) (ซึ่งได้ใช้เป็นส่วนประกอบของ สบู่แชมเปญ สบู่ผิวขาว สบู่ผิวใส)

โรงพยาบาลกาบเชิงได้มีการใช้ตำรับยาสมุนไพรโลดทะนงแดงในการรักษาผู้ที่ถูกงูเห่ากัดประมาณ 80 ราย โดยไม่ต้องใช้เซรุ่มแก้พิษงู และพบว่าทุกรายปลอดภัยไม่มีเสียชีวิต นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยมหาสารคามเคยวิจัยโดยใช้สมุนไพรชนิดนี้ในการรักษาตำรวจตระเวนชายแดนที่ถูกงูเห่ากัดจำนวน 36 นาย โดยไม่ใช้เซรุ่มแก้พิษในการรักษา และพบว่าได้ผลดีเกินคาด ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียงอีกด้วย

แม้การใช้เซรุ่มจะแก้พิษงูเห่าได้ แต่แผลที่เปื่อยจากพิษงู เซรุ่มไม่ได้ช่วย ถ้าหากใช้โลดทะนงแดง พิษของงูก็จะสลายและแผลก็ไม่เปื่อย (นพ. วีรพัฒน์ เงาธรรมทรรศน์)

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สบู่ตัวขาว

ที่มา : http://www.miracle-soaps.com/

ข้อดี...ข้อเสีย ของคอนโดมิเนียม

ข้อดี...ข้อเสีย ของคอนโดมิเนียม
เมื่อพูดถึงคอนโด คนที่นิยมบ้านแบบมีพื้นที่โล่งให้เดินเหิน หรือนั่งกินลมชมวิวกับต้นไม้ดอกไม้ในบริเวณบ้านแบบมีพื้นที่ แน่นอนย่อมไม่มีความคิดที่จะซื้อคอนโดไว้ในหัวสมองเพื่ออยู่อาศัยไปตลอดชีวิตแน่นอน แต่หากใครก็ตามที่รักที่จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจร สะดวกสบาย อาหารการกิน ก็มีมากมาย รวมถึง อยู่ใกล้สถานที่ราชการ สถานพยาบาล หรืออื่น ๆ คอนโดถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแน่นอน แต่คอนโดก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยเหมือนกัน ซึ่ง คอนโดหรืออาคารชุดนั้นจะแบ่งเป็นห้องๆ มีหลายชั้น สร้างขึ้นมาสำหรับขายห้องจึงติดกันในแต่ละชั้นมีด้วยกันหลายห้อง คอนโดมีหลายชั้น หลายตำแหน่งทำให้สามารถเห็นวิวต่างกัน ทิศทางลม หรือแสงแดดก็ต่างกัน ทำให้คอนโดมีหลายราคา ขนาดก็ต่างกัน จำนวนห้องนอน ห้องน้ำก็แตกต่างกันไป

ข้อดี
คอนโดมิเนียม จะได้ทำเลที่การคมนาคมสะดวกกว่าบ้านเดี่ยวหรือทาวเฮ้าส์ ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง ได้มีเวลาเหลืออยู่กับครอบครัวมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน ค่า บำรุงรักษา ค่าที่จอดรถ
คอนโดมิเนียมมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าได้แก่ สระว่ายน้ำ สวนพักผ่อน ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ถูกขโมยน้อยกว่าเนี่ยงจากมีระบบรักษาความปลอดภัยดี ยามรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตรา 24 ชั่วโมง มีกล้องวงจรปิดคอยบันทึกการเข้าออกทั้งใน lobby และในลิฟท์ การเข้าออกอาคารต้องแลกบัตรและใช้ Key card ทำให้ยากต่อการบุกรุก
ข้อเสีย
คอนโดมีปัญหาอึดอัดและที่จอดรถน้อย
คอนโดมีแต่เสียงจราจรเป่านกหวีดปริ๊ดๆ ได้แต่กลิ่นท่อไอเสียและท่อระบายน้ำ
ต้องเสียค่าส่วนกลางในการดูแลความสะอาด ค่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
หากเกิดไฟ้ใหม้มีความเสียหายสูงดังนั้นคอนโดต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัย มีการซ้อมหนีไฟอยู่เป็นประจำทุกปี
ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยง หมา และแมวได้ คอนโดมักออกกฎห้ามเลี้ยง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ลงประกาศขายคอนโด

เครดิต : http://www.land-house.info/

ข้อดี...ข้อเสีย ของคอนโดมิเนียม

ข้อดี...ข้อเสีย ของคอนโดมิเนียม
เมื่อพูดถึงคอนโด คนที่นิยมบ้านแบบมีพื้นที่โล่งให้เดินเหิน หรือนั่งกินลมชมวิวกับต้นไม้ดอกไม้ในบริเวณบ้านแบบมีพื้นที่ แน่นอนย่อมไม่มีความคิดที่จะซื้อคอนโดไว้ในหัวสมองเพื่ออยู่อาศัยไปตลอดชีวิตแน่นอน แต่หากใครก็ตามที่รักที่จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการจราจร สะดวกสบาย อาหารการกิน ก็มีมากมาย รวมถึง อยู่ใกล้สถานที่ราชการ สถานพยาบาล หรืออื่น ๆ คอนโดถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแน่นอน แต่คอนโดก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยเหมือนกัน ซึ่ง คอนโดหรืออาคารชุดนั้นจะแบ่งเป็นห้องๆ มีหลายชั้น สร้างขึ้นมาสำหรับขายห้องจึงติดกันในแต่ละชั้นมีด้วยกันหลายห้อง คอนโดมีหลายชั้น หลายตำแหน่งทำให้สามารถเห็นวิวต่างกัน ทิศทางลม หรือแสงแดดก็ต่างกัน ทำให้คอนโดมีหลายราคา ขนาดก็ต่างกัน จำนวนห้องนอน ห้องน้ำก็แตกต่างกันไป

ข้อดี
คอนโดมิเนียม จะได้ทำเลที่การคมนาคมสะดวกกว่าบ้านเดี่ยวหรือทาวเฮ้าส์ ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง ได้มีเวลาเหลืออยู่กับครอบครัวมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมัน ค่า บำรุงรักษา ค่าที่จอดรถ
คอนโดมิเนียมมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าได้แก่ สระว่ายน้ำ สวนพักผ่อน ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ถูกขโมยน้อยกว่าเนี่ยงจากมีระบบรักษาความปลอดภัยดี ยามรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตรา 24 ชั่วโมง มีกล้องวงจรปิดคอยบันทึกการเข้าออกทั้งใน lobby และในลิฟท์ การเข้าออกอาคารต้องแลกบัตรและใช้ Key card ทำให้ยากต่อการบุกรุก
ข้อเสีย
คอนโดมีปัญหาอึดอัดและที่จอดรถน้อย
คอนโดมีแต่เสียงจราจรเป่านกหวีดปริ๊ดๆ ได้แต่กลิ่นท่อไอเสียและท่อระบายน้ำ
ต้องเสียค่าส่วนกลางในการดูแลความสะอาด ค่าสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
หากเกิดไฟ้ใหม้มีความเสียหายสูงดังนั้นคอนโดต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัย มีการซ้อมหนีไฟอยู่เป็นประจำทุกปี
ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยง หมา และแมวได้ คอนโดมักออกกฎห้ามเลี้ยง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ซื้อขายบ้าน

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.land-house.info/